เจาะลึกขั้นตอนก่อสร้าง: จากที่ดินเปล่า สู่โรงงานพร้อมใช้ (Timeline) | Prime Build
e-Book / Timeline Guide

เจาะลึกขั้นตอนก่อสร้าง: จากที่ดินเปล่า สู่โรงงานพร้อมใช้ (Timeline)

คู่มือฉบับ “อ่านที่เดียวจบ” สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการ ที่ต้องการวางแผนสร้าง โกดัง / โรงงาน / DC / สำนักงาน / Clean Room / ห้องเย็น ให้คุมงบ คุมเวลา และลดความเสี่ยงงานเพิ่มระหว่างทาง ด้วยแนวคิดการทำงานแบบวิศวกรรมและระบบ PEB (Pre-Engineered Building)

เหมาะสำหรับ: เจ้าของกิจการ / นักลงทุน / ทีมจัดซื้อ / PM โครงการ: Warehouse • Factory • DC • Office • Clean Room • Cold Room แนวทาง: คุมงบ • คุมเวลา • ลดงานเพิ่ม • ปิดความเสี่ยง

ภาพรวม: “ทำไม Timeline คือเครื่องมือคุมงบที่ทรงพลังที่สุด”

ในโลกความจริง งบก่อสร้างไม่ได้พังเพราะ “ราคาเหล็กขึ้น” อย่างเดียว แต่พังเพราะ ลำดับงานผิด, ตัดสินใจช้า, แบบไม่ครบ, และ งานเพิ่มที่เกิดจากการเริ่มงานโดยยังไม่ปิดข้อมูล

e-Book เล่มนี้จึงถูกออกแบบให้คุณเห็น “เส้นทางทั้งหมด” ตั้งแต่ที่ดินเปล่า → ออกแบบ → ขออนุญาต → ฐานราก → โครงสร้าง → ระบบ → สถาปัตย์ → ทดสอบระบบ → ส่งมอบ พร้อม Checklist สำหรับตัดสินใจในแต่ละจุด

หลักคิดสำคัญ: “คุม Timeline ได้ = คุมความเสี่ยงได้ = คุมงบได้”

Timeline มาตรฐาน: จากที่ดินเปล่า สู่โรงงานพร้อมใช้

ระยะเวลาแต่ละช่วงขึ้นกับขนาดอาคาร ความซับซ้อนของระบบ และความพร้อมเอกสาร ด้านล่างคือ Timeline แนวทางที่ใช้ได้กับโครงการส่วนใหญ่ (ปรับได้ตามประเภทอาคาร)

1) ที่ดิน + เป้าหมายธุรกิจ + ข้อกำหนดการใช้งาน (Requirements)

ช่วงเวลาแนะนำ: 1–2 สัปดาห์ ตัวแปรคุมงบ: “ข้อมูลครบตั้งแต่ต้น”

เริ่มจากการ “ปิดโจทย์ธุรกิจ” ก่อนปิดแบบก่อสร้าง เช่น ปริมาณสต็อก, รูปแบบการรับ-จ่ายสินค้า, เครื่องจักร, ไลน์การผลิต, จำนวนรถเข้าออก, พื้นที่สำนักงาน, ความสูงชั้นวาง (racking) ฯลฯ

สิ่งที่ต้องเตรียม

โฉนด/แผนที่ • ผังบริเวณคร่าว ๆ • รูปแบบการใช้งาน • งบประมาณเป้าหมาย • กำหนดเวลาเปิดใช้งาน

ความเสี่ยงยอดฮิต

เริ่มออกแบบก่อนรู้การใช้งานจริง → แบบแก้หลายรอบ → งานเพิ่ม/งบเพิ่ม/เวลาเลื่อน

2) สำรวจ/วิเคราะห์ไซต์ + ตรวจข้อกำหนดผังเมือง/แนวเขต/ระดับดิน

ช่วงเวลาแนะนำ: 1–3 สัปดาห์ ตัวแปรคุมงบ: “รู้ข้อจำกัดก่อนออกแบบ”

งานสำรวจเป็นจุดที่ไม่ควรประหยัดผิดที่ เพราะเป็นต้นทางของฐานรากและงานถม/ปรับพื้นที่ ถ้าพลาด จะตามมาด้วยค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในภายหลัง

  • สำรวจระดับ/ระบายน้ำ (Drainage) และจุดเสี่ยงน้ำท่วม
  • ประเมินงานถมดิน/ปรับพื้น/งานทาง
  • ตรวจระยะร่น/แนวเขต/ผังเมือง/ข้อกำหนดอาคาร
  • แนะนำทำ Soil Investigation สำหรับอาคารขนาดกลาง-ใหญ่

3) Concept Design + Budget Framework (ภาพรวม + กรอบงบ)

ช่วงเวลาแนะนำ: 2–4 สัปดาห์ ตัวแปรคุมงบ: “ทำงบจากแบบ ไม่ใช่เดา/ตร.ม.”

ช่วงนี้คือการทำให้ “แนวทางอาคาร” ชัดเจน ทั้งฟังก์ชัน, Flow การทำงาน, ขนาด, ความสูง, จุดโหลดสินค้า, และกรอบงบประมาณที่เป็นไปได้

แนวทาง Prime Build: ตั้งกรอบงบแบบ “คุมได้จริง” โดยวางสเปกหลัก (โครงสร้าง/เมทัลชีท/ฉนวน/งานพื้น/งานระบบ) ก่อนเข้าสู่แบบก่อสร้างละเอียด เพื่อลดงานแก้และงานเพิ่ม

4) Detailed Design + Shop Drawing (แบบก่อสร้าง + แบบผลิตจริง)

ช่วงเวลาแนะนำ: 4–10 สัปดาห์ ตัวแปรคุมงบ: “แบบครบก่อนเริ่มงาน”

นี่คือช่วงที่ควร “ล็อกการตัดสินใจสำคัญ” เช่น ประตูม้วน/ประตู Dock, Skylight, Ventilation, ความหนาพื้น, ระบบไฟ/แอร์/ดับเพลิง, ห้องควบคุม, ห้องเย็น/คลีนรูม ฯลฯ

  • สถาปัตย์: ผัง/รูปด้าน/วัสดุตกแต่ง
  • โครงสร้าง: ฐานราก/เสา/คาน/PEB Frame
  • MEP: ไฟฟ้า/สุขาภิบาล/แอร์/ดับเพลิง/ระบบพิเศษ
  • Shop Drawing: แบบผลิตและติดตั้งจริง ลดงานแก้หน้างาน

5) ขออนุญาต/ยื่นเอกสาร/อนุมัติแบบ (Permits & Approvals)

ช่วงเวลาแนะนำ: 4–12 สัปดาห์ ตัวแปรคุมเวลา: “เอกสารครบตั้งแต่รอบแรก”

ระยะเวลาขึ้นกับประเภทอาคารและหน่วยงานกำกับดูแล ควรวางแผนให้ “กระบวนการอนุญาต” ไม่กลายเป็นคอขวดของทั้งโครงการ

Prime Build ทำงานร่วมกับทีมออกแบบ/วิศวกรเพื่อจัดชุดเอกสารให้ครบ ลดการแก้กลับไปกลับมา

6) เตรียมพื้นที่: ถม/บดอัด/งานระบายน้ำ/ถนนภายใน

ช่วงเวลาแนะนำ: 2–6 สัปดาห์ ตัวแปรคุมงบ: “งานดินที่ถูกวิธี ลดทรุด”

งานเตรียมพื้นที่มีผลต่อความเรียบของพื้น, ความเสถียรของฐานราก และการระบายน้ำรอบอาคาร ถ้าทำแบบลัดขั้นตอน → พื้นแตกร้าว/ทรุด → ค่าซ่อมแพงกว่าเสมอ

7) งานฐานราก + พื้นอุตสาหกรรม (Foundation & Industrial Floor)

ช่วงเวลาแนะนำ: 3–8 สัปดาห์ ตัวแปรคุมงบ: “พื้นต้องออกแบบตามโหลดจริง”

พื้นอุตสาหกรรมเป็น “ต้นทุนใหญ่” และเป็น “จุดปวด” หากออกแบบไม่สัมพันธ์กับโหลดใช้งานจริง เช่น รถโฟล์คลิฟท์, Rack, เครื่องจักร, Clean Room/Cold Room ที่มีข้อกำหนดเฉพาะ

  • กำหนดความหนาพื้น/เหล็กเสริม/รอยต่อ (Joint) ตามโหลดจริง
  • งานควบคุมคุณภาพคอนกรีต (QC) ลดปัญหาแตกร้าว
  • พื้นขัดมัน/เคลือบผิว/กันลื่น (ขึ้นกับการใช้งาน)

8) งานโครงสร้างเหล็ก/PEB Erection (ตั้งเสา–คาน–โครงหลังคา)

ช่วงเวลาแนะนำ: 3–10 สัปดาห์ ตัวแปรคุมเวลา: “PEB ช่วยเร่งงานได้จริง”

จุดแข็งของระบบ PEB คือ “ผลิตจากโรงงาน” แล้วนำมาติดตั้งหน้างาน ทำให้งานโครงสร้างเร็วและคุณภาพสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงความคลาดเคลื่อน

ตรวจรับที่สำคัญ

Anchor Bolt • Alignment • Torque • Weld/Connection • Coating/Protection

ผลต่อธุรกิจ

ขึ้นรูปทรงอาคารเร็ว → เริ่มงานระบบ/สถาปัตย์เร็ว → ลดเวลาทั้งโครงการ

9) งานหลังคา–ผนัง–ฉนวน–ช่องเปิด (Envelope)

ช่วงเวลาแนะนำ: 2–6 สัปดาห์ ตัวแปรคุมค่าไฟ: “ฉนวน/ระบบระบายอากาศ”

Envelope ที่ดี = อุณหภูมิเสถียร + ลดฝุ่น/ความชื้น + ลดค่าไฟ + เพิ่มความสบายในการทำงาน โดยเฉพาะโรงงานอาหารเสริม/อาหาร/ยา ที่ต้องการสภาพแวดล้อมควบคุมมากขึ้น

10) งานระบบ (MEP) + ระบบเฉพาะ (Clean Room / Cold Room)

ช่วงเวลาแนะนำ: 4–12 สัปดาห์ ตัวแปรคุมงบ: “ระบบคือจุดบานปลายอันดับ 1”

งานระบบมักเป็นสาเหตุหลักของ “งบเพิ่ม” หากไม่ได้วางตั้งแต่ต้น เช่น ตำแหน่ง MDB/Transformer, ระบบสำรองไฟ, AHU/Chiller, ระบบดับเพลิง, ท่อ/ดักท์, Drainage, ระบบควบคุมอุณหภูมิ/ความชื้น/แรงดัน สำหรับ Clean Room

แนวทาง Prime Build คือวาง “Routing + Access + Future Expansion” ตั้งแต่ดีไซน์ ลดการทุบ/แก้/ย้ายระบบหน้างาน

11) งานสถาปัตย์ภายใน–ภายนอก + งานภูมิทัศน์ + ถนน/ลาน

ช่วงเวลาแนะนำ: 3–10 สัปดาห์ ตัวแปรภาพลักษณ์: “โรงงานที่ดูดี = ความน่าเชื่อถือ”

งานสถาปัตย์ไม่ได้มีแค่ความสวย แต่เกี่ยวกับการใช้งานจริง เช่น การไหลเวียนคน/รถ, Safety, พื้นที่โหลดสินค้า, ทางหนีไฟ, การจัดการน้ำฝน, การซ่อมบำรุงในอนาคต

12) Testing, Commissioning & Handover (ทดสอบระบบ + ส่งมอบ)

ช่วงเวลาแนะนำ: 1–3 สัปดาห์ ตัวแปรคุมความเสี่ยง: “ตรวจครบก่อนเริ่มผลิตจริง”

การทดสอบระบบและส่งมอบเป็นช่วงที่ “ปิดความเสี่ยง” ก่อนใช้งานจริง โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า, ระบบดับเพลิง, ระบบควบคุมอุณหภูมิ/ความชื้น, ห้องเย็น/คลีนรูม รวมถึงเอกสาร As-built และคู่มือบำรุงรักษา

ตัวอย่างระยะเวลาโครงการ (อ้างอิงเพื่อวางแผน)

ตัวเลขด้านล่างเป็น “แนวทาง” เพื่อช่วยคุณคุยกับทีมออกแบบ/ผู้รับเหมาอย่างมืออาชีพ ระยะเวลาจริงขึ้นกับขนาดอาคาร ระบบ และความพร้อมเอกสาร

ประเภทโครงการ ขนาดตัวอย่าง ระยะเวลาโดยประมาณ (ออกแบบ+อนุญาต+ก่อสร้าง) จุดเสี่ยงที่ต้องคุม
โกดังทั่วไป (Warehouse) 1,000–3,000 ตร.ม. 4–7 เดือน งานดิน/พื้น • รายละเอียดประตู/โหลดสินค้า • แบบระบบไฟ
โรงงานผลิตทั่วไป (Factory) 2,000–8,000 ตร.ม. 6–10 เดือน โหลดเครื่องจักร • ระบบไฟ/ลม/แอร์ • การขยายในอนาคต
ศูนย์กระจายสินค้า (DC) 5,000–15,000 ตร.ม. 7–12 เดือน Flow รถ/สินค้า • Dock/Leveler • พื้นรองรับ Rack
สำนักงาน/โชว์รูม 300–2,000 ตร.ม. 4–9 เดือน งานสถาปัตย์ละเอียด • งานระบบแอร์ • งานตกแต่ง
Clean Room / ห้องเย็น ขึ้นกับกระบวนการผลิต 8–14 เดือน สเปกระบบเฉพาะ • Validation/Testing • เอกสารมาตรฐาน

Checklist คุมงบ–คุมเวลา (ใช้ได้กับทุกโครงการ)

ด้านล่างคือ Checklist ที่เจ้าของโครงการใช้ได้ทันที เพื่อป้องกันงานเพิ่มและเวลาหลุด

Checklist A: ก่อนเริ่มออกแบบ

  • วัตถุประสงค์อาคาร (เก็บสินค้า/ผลิต/กระจาย/ออฟฟิศ/ห้องเย็น/คลีนรูม)
  • กำหนดกำลังการผลิต/ปริมาณสต็อก/จำนวนรถเข้าออก
  • กำหนดวันเริ่มใช้งานจริง (Go-Live Date) เพื่อย้อน Timeline
  • งบประมาณเป้าหมาย (Budget) + เผื่อสำรองความเสี่ยง
  • แผนขยายในอนาคต (Future Expansion)

Checklist B: ก่อนเริ่มก่อสร้าง

  • แบบก่อสร้างครบทุกระบบ (Arch/Str/MEP) และรายการวัสดุหลักล็อกแล้ว
  • ยืนยันตำแหน่งอุปกรณ์หลัก: หม้อแปลง/MDB/AHU/Chiller/Fire Pump
  • แผนงาน (Schedule) + จุดตรวจรับ (Inspection Hold Points)
  • แผนความปลอดภัย (Safety) และเส้นทางรถเข้า-ออกไซต์
  • แผนสื่อสาร: ผู้อนุมัติแบบ/ผู้ตัดสินใจ/รอบประชุม

Checklist C: ช่วงส่งมอบก่อนเริ่มใช้งานจริง

  • ทดสอบระบบไฟฟ้า/ดับเพลิง/แอร์/ระบบเฉพาะครบ
  • เอกสาร As-built และคู่มือบำรุงรักษา
  • รายการ Punch List ปิดครบก่อนรับมอบ
  • แผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ปีแรก

ทำไม PEB จึงช่วย “คุมเวลา” และ “คุมความเสี่ยง” ได้ดีกว่า

ระบบ PEB (Pre-Engineered Building) คือการออกแบบและผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างจากโรงงานตามคำนวณจริง แล้วนำมาประกอบหน้างาน ทำให้ได้ข้อดีเชิงธุรกิจ:

  • เร็วกว่า: งานโครงสร้างขึ้นรูปไว เปิดทางให้ระบบ/สถาปัตย์ทำต่อได้เร็ว
  • แม่นยำกว่า: ลดความคลาดเคลื่อน ลดการแก้หน้างาน
  • ควบคุมงบง่ายกว่า: สเปกชัด ตั้งแต่ก่อนเริ่มผลิต ลดงานเพิ่ม
  • ขยายง่าย: รองรับ Future Expansion ได้ดีกว่าหลายระบบ

FAQ: คำถามที่นักลงทุนถามบ่อย

Q1: ทำไมบางโครงการ “เวลาเลื่อน” ทั้งที่เริ่มงานแล้ว?

สาเหตุหลักคือ “แบบไม่ครบ + ตัดสินใจไม่ล็อก” ทำให้ต้องแก้แบบ/เปลี่ยนสเปกกลางทาง และเกิดงานเพิ่มตามมา (โดยเฉพาะงานระบบและงานพื้น) แนวทางคือปิดข้อมูลสำคัญตั้งแต่ช่วง Detailed Design และทำ Timeline ที่มีจุดตรวจรับชัดเจน

Q2: ถ้าต้องการเปิดใช้งานเร็ว ควรเริ่มจากอะไร?

เริ่มจากล็อก Requirements และทำ Concept + Budget Framework ให้เร็วที่สุด จากนั้นเดินงานแบบ “Parallel” ที่ทำได้ เช่น ทำ Shop Drawing/สั่งผลิตบางส่วนคู่กับงานเอกสาร (ตามความเหมาะสมของกฎหมายและความเสี่ยง)

Q3: Clean Room / ห้องเย็น ต้องเผื่อเวลาเพิ่มตรงไหน?

ต้องเผื่อเวลาใน 3 ส่วนหลัก: (1) สเปกระบบเฉพาะ (แอร์/ความชื้น/แรงดัน/ฉนวน) (2) การติดตั้งระบบและทดสอบ (Commissioning) (3) เอกสาร/การตรวจรับตามมาตรฐานของธุรกิจ (ขึ้นกับประเภทการผลิต)

Q4: Prime Build ช่วยอะไรได้บ้างนอกจาก “รับเหมาก่อสร้าง”?

Prime Build เน้นงานแบบ “คิดเชิงระบบ” ตั้งแต่แนวทางอาคาร, วางงบและ Timeline, ออกแบบ/ประสานงานระบบ, ควบคุมคุณภาพและจุดตรวจรับ เพื่อให้คุณได้อาคารที่ “เปิดใช้งานได้จริง” และคุมความเสี่ยงได้

ต้องการ Timeline และกรอบงบที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ?

ส่งข้อมูลโครงการเบื้องต้น ทีม Prime Build จะช่วยประเมินแนวทางอาคาร + Timeline ที่เหมาะสม เพื่อให้คุณ “คุมเวลาและคุมงบ” ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน

ขอคำปรึกษาฟรี กลับไปหน้า e-Books

อ่านต่อ: e-Book ที่เกี่ยวข้อง

คู่มือที่เชื่อมโยงกันทั้งชุด ช่วยให้คุณคุมงบ คุมเวลา และลดความเสี่ยงได้รอบด้าน Continue with related guides for budget, timeline and risk control.

e-Book #1 งบประมาณก่อสร้าง: ถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?

e-Book V.1: งบประมาณก่อสร้าง: ถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?

แยกปัจจัยงบ โครงสร้าง–พื้น–งานระบบ–สถาปัตย์ พร้อมวิธีคุมงบด้วย BOQ/VE ลดงานเพิ่ม ลดความเสี่ยงงบบานปลาย และตั้งสเปกให้คุ้มค่าจริง Budget drivers, BOQ/VE tactics and cost control framework for owners.

Budget BOQ / VE Cost Control
e-Book #2 เจาะลึกขั้นตอนก่อสร้าง: จากที่ดินเปล่า สู่โรงงานพร้อมใช้ (Timeline)

e-Book V.2: เจาะลึกขั้นตอนก่อสร้าง: จากที่ดินเปล่า สู่โรงงานพร้อมใช้ (Timeline)

ไทม์ไลน์ครบ: สำรวจ–ออกแบบ–ขออนุญาต–ฐานราก–โครงสร้าง–งานระบบ–ส่งมอบ พร้อม Checklist คุมเวลา ลดความเสี่ยงเปิดกิจการช้า A realistic construction timeline with milestones and QC checkpoints.

Timeline Milestone QC
e-Book #3 เลือกผู้รับเหมาอย่างไร ไม่ให้โดนเทงาน?

e-Book V.3: เลือกผู้รับเหมาอย่างไร ไม่ให้โดนเทงาน?

สูตรคัดกรองผู้รับเหมา: ตรวจเครดิต–ผลงาน–ทีมงาน–สัญญา–งวดงาน/งวดเงิน + Red Flags ที่เจ้าของโครงการต้องรู้ เพื่อให้โปรเจกต์เดินต่อได้จนจบ Due diligence checklist to avoid delays, disputes and abandoned projects.

Contract Risk Due Diligence
ดู e-Book บทสรุปคู่มือก่อสร้างอาคารเพื่อธุรกิจ ทั้งหมด (11 เล่ม) See all e-Books