ปรึกษางบผ่าน LINE OA ไปที่ “คุมงบ”

Construction Budget Guide Warehouses • Factories • DC • Offices • Cleanroom • Coldroom

งบประมาณก่อสร้าง: ถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?

ถ้าคุณกำลังจะสร้าง โกดัง โรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า (DC) สำนักงาน หรืออาคารเฉพาะทางอย่าง Clean Room / ห้องเย็น แล้วมีคำถามว่า “ทำไมราคาแตกต่างกันมาก?” “จะคุมงบยังไงให้ไม่บาน?” “จะเริ่มจากข้อมูลอะไร?” e-Book นี้รวมคำตอบแบบครบจบในที่เดียว

อัปเดตแนวคิด: วิธีคุมงบ + BOQ + Checklist เหมาะกับ: นักลงทุน/เจ้าของกิจการ/ทีมจัดซื้อ/ผู้จัดการโรงงาน โฟกัส: PEB Design & Build
ปก e-Book งบประมาณก่อสร้าง: ถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง? Prime Build
หลักคิดสำคัญ: “งบก่อสร้าง” ไม่ได้แพงเพราะผู้รับเหมาคิดแพงเสมอไป แต่แพงเพราะ “สเปก–ระบบ–ความเสี่ยง–เวลาส่งมอบ–ข้อกำหนดเฉพาะ” ที่ต่างกัน ถ้าคุณมองปัจจัยทั้งหมดเป็น จะวางงบได้แม่น คุมงบได้จริง และต่อรองอย่างมืออาชีพ

1) คุมงบด้วย “Scope Lock”

ล็อกขอบเขตงานก่อนขอราคา ลดงานเพิ่ม/แก้แบบที่ทำให้งบบาน

2) เปรียบเทียบแบบ “เทียบสเปก”

เทียบราคาโดยใช้ Spec Sheet เดียวกัน ไม่ใช่เทียบตัวเลขรวมอย่างเดียว

3) เลือกระบบโครงสร้างให้คุ้ม

PEB ช่วยลดเวลา + ลดของเสีย + ปรับ Span ให้คุ้มพื้นที่ใช้งาน

สารบัญ

  1. งบก่อสร้าง “จริง ๆ” ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
  2. 12 ปัจจัยหลักที่ทำให้งบถูกหรือแพง
  3. แยกประเภทอาคาร: โกดัง / โรงงาน / DC / สำนักงาน / Cleanroom / ห้องเย็น
  4. อ่าน BOQ ให้เป็น: วิธีดูรายการหลักที่กระทบงบมากที่สุด
  5. คุมงบแบบมืออาชีพ: 9 เทคนิคที่ใช้ได้จริง
  6. ตัวอย่าง “สเปก” ที่ทำให้ราคาแตกต่าง (พร้อมแนวทางเลือกแบบคุ้มค่า)
  7. Timeline & Cash Flow: ทำไม “เร่งงาน” ถึงทำให้งบแพงขึ้น
  8. Checklist ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนขอราคา (ลดเวลาคุย ลดการแก้งาน)
  9. FAQ: คำถามยอดฮิตเรื่องงบก่อสร้าง
  10. ทำไม Prime Build (PEB) ถึงช่วยให้คุมงบและส่งมอบได้ดีกว่า
ถ้าคุณต้องการ “ราคาประเมินเร็ว”
แนะนำเตรียม 6 อย่าง: (1) ประเภทอาคาร (2) ขนาด ก×ย×ส (3) โหลดพื้น/เครื่องจักร (4) ระบบไฟฟ้า/แอร์/ลม/ดับเพลิง (5) ทำเล/สภาพดิน (6) กำหนดเวลาใช้งานอาคาร แล้วทัก LINE OA เพื่อให้ทีม Prime Build ประเมินแนวทางงบเบื้องต้น

หมายเหตุ: e-Book นี้เป็นแนวทางเพื่อการวางแผน ไม่ใช่ใบเสนอราคาอย่างเป็นทางการ ราคาจริงขึ้นกับแบบ สเปก และเงื่อนไขหน้างาน

ภาพตัวอย่างไซต์งานอาคารอุตสาหกรรมและการจัดการงบประมาณโครงการ
ภาพประกอบ: งบก่อสร้างถูกหรือแพง มักไม่ได้เกิดจาก “ตัวเลข” อย่างเดียว แต่เกิดจากการจัดการ Scope, เวลา, สเปก และความเสี่ยงของโครงการ

1) งบก่อสร้าง “จริง ๆ” ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

เวลาคนพูดว่า “สร้างโกดังราคาเท่าไหร่ต่อตารางเมตร” มักหมายถึง “ราคาก่อสร้างรวม” แต่ในความจริง งบโครงการอาคารอุตสาหกรรม/พาณิชยกรรมประกอบด้วยหลายหมวด หากไม่แยกหมวด จะทำให้เปรียบเทียบราคาไม่เป็น และคุมงบยาก

หมวดงบประมาณ ตัวอย่างรายการ ทำไมกระทบงบมาก
A. งานโครงสร้าง
Structure
ฐานราก, เสา-คาน, โครงหลังคา PEB, น็อต/เพลท, งานเชื่อม/ประกอบ ขึ้นกับ Span, ความสูง, โหลดเครน/เครื่องจักร, สภาพดิน, ความเร่งงาน
B. งานสถาปัตย์
Architectural
เมทัลชีท/ผนัง, ฉนวน, กันสาด, ประตูม้วน, งานอลูมิเนียม, ห้องภายใน สเปกวัสดุ, จำนวนช่องเปิด, ห้องภายในและความละเอียดของงาน
C. งานระบบ
MEP
ไฟฟ้า, แสงสว่าง, แอร์/ระบายอากาศ, ลมอัด, ระบบน้ำ, ดับเพลิง เป็นหมวดที่ทำให้งบ “กระโดด” มากที่สุดเมื่อมีข้อกำหนดเฉพาะ เช่น Cleanroom/Coldroom
D. งานพื้น/ลาน
Floor & Yard
พื้นคอนกรีตอุตสาหกรรม, FF/FL, Hardener, ลานคอนกรีต, ถนนภายใน ขึ้นกับโหลดพื้น, ประเภทรถ, ความหนาพื้น, สภาพดินเดิม
E. ค่าใช้จ่ายอื่น
Soft Cost
แบบและเซ็นวิศวกร, ขออนุญาต, ทดสอบดิน, บริหารโครงการ, ประกัน ช่วยลดความเสี่ยง/ลดการแก้งาน หากทำถูกขั้นตอน
ข้อสรุป: การขอราคาที่แม่น ต้องระบุ “หมวดงบ” ให้ชัดว่า รวมอะไร/ไม่รวมอะไร (เช่น รวมงานระบบหรือไม่, รวมลานคอนกรีตหรือไม่, รวมสำนักงานภายในหรือไม่) ถ้ากรอบนี้ไม่ชัด ราคาที่ได้จะเทียบกันไม่ได้ และมักนำไปสู่งบบานปลายในภายหลัง

2) 12 ปัจจัยหลักที่ทำให้งบถูกหรือแพง

นี่คือ “ตัวแปรหลัก” ที่ทำให้ราคาก่อสร้างต่างกันอย่างมีเหตุผล คุณสามารถใช้เป็น Framework เพื่อคุยกับผู้รับเหมา/ผู้ออกแบบได้ทันที

2.1 ขนาดอาคาร + ความสูง + Span (ช่วงเสา)

  • อาคารพื้นที่เท่ากัน แต่ สูงกว่า มักแพงกว่า เพราะโครงสร้างและงานผนังเพิ่ม
  • Span กว้าง (เสาน้อย) ทำให้ใช้พื้นที่คุ้ม แต่โครงสร้างต้องออกแบบรับแรงมากขึ้น

2.2 โหลดพื้น (Floor Load) และความเรียบ (FF/FL)

  • พื้นสำหรับคลังสินค้าเบา vs พื้นสำหรับรถโฟล์คลิฟท์หนัก/ชั้นวางสูง มีต้นทุนต่างกัน
  • โรงงานเครื่องจักรหนัก หรือมีรถบรรทุกเข้า-ออกถี่ ต้องออกแบบพื้น/ลานรองรับ

2.3 สภาพดิน + ฐานราก

  • ดินอ่อน/ต้องปรับปรุงดิน/มีน้ำใต้ดินสูง ทำให้ฐานรากและงานดินเพิ่มขึ้น
  • การเจาะสำรวจดินช่วยลดความเสี่ยง “แก้ฐานราก” ซึ่งเป็นตัวบานปลายอันดับต้น ๆ

2.4 งานระบบ (MEP) คือ “ตัวเปลี่ยนเกม” ของงบ

  • ไฟฟ้าแรงสูง/หม้อแปลง/ตู้ MDB, ระบบแอร์, ระบบลมอัด, ระบบดับเพลิง
  • อาคารเฉพาะทาง: Cleanroom/Coldroom จะมีระบบที่ทำให้งบพุ่งชัดเจน
งานระบบอาคารอุตสาหกรรม เช่น เดินท่อ เดินสาย และระบบควบคุม
งานระบบ (MEP) มักเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกันมาก แม้พื้นที่อาคารเท่ากัน

2.5 ผนัง/หลังคา + ฉนวน + กันความร้อน

  • เมทัลชีทธรรมดา vs ฉนวน PU/PIR vs Sandwich Panel ต้นทุนต่างกัน
  • โกดังเก็บของทั่วไปกับโรงงานผลิตอาหาร/ยา ใช้สเปกวัสดุคนละระดับ

2.6 จำนวน “ช่องเปิด” และชนิดประตู

  • ประตูม้วนความสูงมาก, Dock Leveler, ช่องโหลดหลายช่อง = ต้นทุนเพิ่ม
  • บานกระจก/อลูมิเนียมสำหรับสำนักงานหน้าบ้าน กระทบงบสถาปัตย์

2.7 งานตกแต่งภายใน/สำนักงาน/โชว์รูม

  • อาคารเดียวกัน ถ้าเพิ่มออฟฟิศ 2 ชั้น, ห้องประชุม, Pantry, ห้องน้ำเยอะ งบเพิ่มชัด

2.8 ความซับซ้อนของงานพิเศษ

  • Overhead Crane, Mezzanine, ชั้นลอย, Racking สูง, ทางลาด, ระบบกันสั่น

2.9 กฎหมาย/ข้อกำหนดเฉพาะพื้นที่

  • ระยะร่น, ความสูง, งานดับเพลิง, ทางหนีไฟ, พื้นที่จอดรถ

2.10 ระยะเวลาก่อสร้าง (Schedule) และฤดูกาล

  • เร่งงาน = ค่าแรง/บริหารหน้างาน/ความเสี่ยงเพิ่ม
  • หน้าฝนมีผลกับงานดิน/พื้น/ลาน

2.11 ความผันผวนราคาวัสดุ + เงื่อนไขสัญญา

  • เหล็กเป็นตัวแปรใหญ่ของ PEB โครงสร้าง
  • สัญญาแบบ Fix price vs Adjust price ทำให้ราคาเสนอเริ่มต้นต่างกัน

2.12 คุณภาพทีมงาน/ระบบ QC และการรับประกัน

  • ราคาถูกมากผิดปกติ มักซ่อนความเสี่ยง: สเปกไม่เท่ากัน/ตัดงานระบบ/ไม่มี QC
  • อาคารอุตสาหกรรมต้องมอง “ต้นทุนตลอดอายุใช้งาน” ไม่ใช่แค่ราคาวันเซ็นสัญญา

3) แยกประเภทอาคาร: ทำไม “ประเภทการใช้งาน” ทำให้งบต่าง

ตารางนี้ช่วยให้คุณเห็นภาพเร็วว่า อาคารแต่ละประเภท “แพงตรงไหน” และควรวางงบอย่างไรให้คุมได้

ประเภทอาคาร ตัวขับงบหลัก (Cost Drivers) คำแนะนำคุมงบ (Solution)
โกดังทั่วไป พื้น/ลาน, ประตูม้วน, ฉนวนกันร้อน, แสงสว่าง, ช่องโหลด ล็อกโหลดพื้น + ประเภทประตู + สเปกฉนวนให้เหมาะการใช้งานจริง
โรงงานผลิต โหลดพื้น/เครื่องจักร, ไฟฟ้า, ระบายอากาศ, ความสูง, ห้องภายใน ทำ Layout + Flow ก่อน แล้วค่อยสรุปความสูง/ระบบ เพื่อไม่แก้แบบซ้ำ
DC / Logistics Dock, ช่องโหลดหลายช่อง, พื้นที่ลาน, Racking, ระบบดับเพลิง ออกแบบ Traffic รถ + ลานกลับรถก่อน ป้องกันแก้ผังหน้างาน
สำนักงาน/โชว์รูม งานสถาปัตย์/ตกแต่ง, กระจก, ระบบปรับอากาศ, งานภายใน แยกงบ “ส่วนหน้า” กับ “ส่วนหลัง” จะคุมสเปกและต่อรองได้ง่าย
Clean Room ระบบอากาศ, HEPA, ห้อง Airlock, วัสดุผิวเรียบ, Validation กำหนด Class/มาตรฐานให้ชัดก่อน ขอราคาจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ห้องเย็น (Cold Room) ฉนวน, ประตู, ระบบทำความเย็น, ควบคุมความชื้น/ไอน้ำ, พื้นกันเยือกแข็ง ออกแบบ Envelope + จุดรั่วไอ/ความชื้นตั้งแต่ต้น ลดค่าไฟระยะยาว
คลังสินค้าและชั้นวางสูง (racking) ในศูนย์กระจายสินค้า
DC มักมีต้นทุนซ่อนในระบบโหลดสินค้า พื้นลาน และระบบความปลอดภัย/ดับเพลิง

4) อ่าน BOQ ให้เป็น: รายการหลักที่กระทบงบมากที่สุด

หากคุณอ่าน BOQ เป็น คุณจะต่อรองได้ “ถูกจุด” และป้องกันผู้รับเหมาบางรายเสนอราคาต่ำ ด้วยการตัดสเปก/ตัดงานสำคัญ แล้วไปขอเพิ่มเงินทีหลัง

หลักการอ่าน BOQ แบบเร็ว: ให้ดู 5 กลุ่มก่อนเสมอ (1) งานโครงสร้าง (2) งานพื้นอุตสาหกรรม (3) ผนัง-หลังคา-ฉนวน (4) ประตู/ช่องโหลด (5) งานระบบไฟฟ้า/แอร์/ดับเพลิง
หมวด BOQ จุดเสี่ยงที่ทำให้ราคาต่าง วิธีล็อกสเปกให้เทียบได้
ฐานราก/งานดิน ไม่เจาะดิน, ปรับปรุงดินไม่ชัด, ปริมาณถม/บดอัดไม่เท่ากัน ทำ Soil Report / กำหนดระดับถม-บดอัด และ Scope งานดินชัดเจน
โครงสร้างเหล็ก/PEB เกรดเหล็ก, ความหนา, เคลือบกันสนิม, รายละเอียด Connection ขอ Spec Sheet โครงสร้าง + มาตรฐานโรงงานผลิต + QC
พื้นอุตสาหกรรม ความหนา, เหล็กเสริม, Hardener, Joint detail, FF/FL ระบุ Floor Load + Spec พื้น + รายละเอียด Joint ในแบบ
ผนัง/หลังคา/ฉนวน ชนิดฉนวน, ความหนา, แผ่นกันความร้อน, รอยต่อ/ซิลิโคน ระบุชนิดและความหนาฉนวน + งาน Flashing/Ridge ครบ
MEP จำนวนโคมไฟ, ค่า Lux, ขนาดสาย/ท่อ, ระบบแอร์, ดับเพลิง ทำรายการระบบขั้นต่ำ (Minimum MEP Spec) แล้วใช้เทียบทุกเจ้า

5) คุมงบแบบมืออาชีพ: 9 เทคนิคที่ใช้ได้จริง

เทคนิคที่ 1: เริ่มจาก “Use Case” ก่อนสเปก

ระบุการใช้งานจริง เช่น เก็บสินค้าเบา/หนัก, รถชนิดใดเข้าออก, ความสูงชั้นวาง, เครื่องจักรหนักแค่ไหน แล้วค่อยกำหนดสเปกพื้น/ประตู/ระบบ จะช่วยไม่จ่ายแพงเกินจำเป็น

เทคนิคที่ 2: Scope Lock (ล็อกขอบเขต) ก่อนขอราคา

  • แยก “งานต้องมี” vs “งานอยากมี” และวางเป็น Option (Add-on) เพื่อไม่ให้งบรวมบวม
  • ทุกอย่างที่ไม่ชัด = ความเสี่ยง = ผู้รับเหมาจะเผื่อราคา หรือเสนอถูกแล้วไปบวกทีหลัง

เทคนิคที่ 3: ใช้ Conceptual Design เพื่อคุมงบตั้งแต่ต้น

การมี Conceptual Design (ผัง, รูปทรงอาคาร, ช่องโหลด, โซนงานระบบ) ทำให้สรุปงบได้แม่นกว่าการ “บอกขนาดคร่าว ๆ” อย่างเดียว และช่วยลดการแก้แบบซ้ำในขั้นตอนต่อไป

ดู Conceptual Design อ่าน e-Book Concept Pack

เทคนิคที่ 4: แยกงบ “อาคารหลัก” กับ “ระบบ/งานพิเศษ”

อาคาร PEB อาจคุมราคาได้ดี แต่ระบบบางอย่าง (เช่น Cleanroom / Coldroom / Fire System) ควรแยกหมวดให้ชัด เพื่อบริหารงบและจัดซื้อเป็นเฟสได้

เทคนิคที่ 5: คุมเวลา = คุมงบ

งานเร่ง = ค่าแรงเพิ่ม, ทำงานซ้อน, ความเสี่ยง QC ลดลง, โอกาสงานแก้เพิ่มขึ้น หากคุณกำหนด Time Plan ที่เหมาะสม จะประหยัดได้มากกว่า “ต่อรองราคา” อย่างเดียว

เทคนิคที่ 6: เลือกวัสดุที่ “คุ้มตลอดอายุใช้งาน”

วัสดุบางอย่างถูกในวันแรก แต่แพงในระยะยาว (เช่น ความร้อนสูงทำให้ค่าไฟแอร์สูง, รอยต่อรั่วซึม) ให้มอง Total Cost of Ownership โดยเฉพาะโรงงานที่ใช้แอร์/ควบคุมอุณหภูมิ

เทคนิคที่ 7: ทำ Bid Comparison แบบเทียบสเปก

เปรียบเทียบราคาแบบ “เทียบรายการและสเปก” เช่น ความหนาเมทัลชีท, ฉนวนกี่มม., โคมไฟกี่ Lux, พื้นหนาเท่าไร ฯลฯ วิธีนี้ทำให้คุณรู้ว่าใครถูกเพราะมีประสิทธิภาพ vs ถูกเพราะตัดสเปก

เทคนิคที่ 8: จัดสรรงบเป็น Option เพื่อให้ตัดสินใจง่าย

  • Option A: สเปกมาตรฐานใช้งานได้ทันที
  • Option B: เพิ่มประสิทธิภาพ (ฉนวน/ระบบ/ประตู) เพื่อประหยัดระยะยาว
  • Option C: สำหรับธุรกิจเฉพาะทาง (Cleanroom/Coldroom/Automation)

เทคนิคที่ 9: เลือกผู้รับเหมาที่ “ทำงานแบบระบบ” ไม่ใช่แค่ทำงานเป็นชิ้น ๆ

โครงการอาคารอุตสาหกรรมสำเร็จด้วยการประสานงาน: แบบ–โครงสร้าง–ระบบ–หน้างาน–เอกสาร ถ้าผู้รับเหมาทำงานแบบระบบ จะลดความเสียหายจากงานแก้และส่งมอบได้ตามแผนมากกว่า

ต้องการให้ Prime Build ช่วยประเมินงบเบื้องต้น?

ส่งข้อมูล 6 อย่าง (ประเภทอาคาร, ขนาด, โหลดพื้น/เครื่องจักร, ระบบหลัก, ทำเล/สภาพดิน, กำหนดใช้งาน) ทีมงานจะช่วยวิเคราะห์แนวทาง “คุมงบ + สรุปสเปกขั้นต่ำ” ให้คุณนำไปเริ่มโครงการได้เร็วขึ้น

ส่งข้อมูลให้ทีม Prime Build กรอกฟอร์มให้ติดต่อกลับ

6) ตัวอย่าง “สเปก” ที่ทำให้ราคาแตกต่าง (และเลือกแบบคุ้มค่าได้)

หัวข้อนี้ตั้งใจให้คุณเห็น “สเปกที่ทำให้ต่าง” แบบชัดเจน เพื่อคุมงบได้จากต้นทาง

รายการ ตัวเลือกสเปก (ตัวอย่าง) เหมาะกับใคร คำแนะนำคุมงบ
ฉนวนหลังคา/ผนัง ไม่มี / PE / PU / PIR / Sandwich Panel โกดังทั่วไป → โรงงานควบคุมอุณหภูมิ เลือกตามการใช้งานและค่าไฟระยะยาว ไม่เลือก “ถูกสุด” เสมอไป
พื้นอุตสาหกรรม หนา 12–20 ซม. + Hardener + Joint detail คลังสินค้า, โฟล์คลิฟท์, Racking สูง ล็อกโหลดพื้น + Traffic รถก่อน แล้วออกแบบความหนา/เหล็กเสริมให้พอดี
ช่องโหลด ประตูม้วนธรรมดา / Dock + Leveler / Seals DC/โลจิสติกส์ กำหนดจำนวนช่องโหลด “ตามปริมาณงานจริง” ไม่เผื่อเกินจำเป็น
งานไฟฟ้า ค่า Lux, จำนวนโคม, Emergency, ระบบสำรอง โรงงานผลิต ทำ Lighting Plan ให้ชัด เทียบราคาได้ตรง
ดับเพลิง Fire hose / Sprinkler / Alarm / Pump room คลังสินค้ามูลค่าสูง, DC สรุป Requirement ตามประเภทความเสี่ยงและมาตรฐานที่ต้องการก่อน
ภาพตัวอย่างงานพื้นอุตสาหกรรมคอนกรีตขัดมัน
พื้นอุตสาหกรรมเป็น “ตัวแปรงบ” สำคัญของโกดัง/โรงงาน โดยเฉพาะเมื่อมีโฟล์คลิฟท์หนักและชั้นวางสูง

7) Timeline & Cash Flow: ทำไม “เร่งงาน” ถึงทำให้งบแพงขึ้น

เจ้าของโครงการจำนวนมากโฟกัสที่ “ราคาก่อสร้าง” แต่ลืมว่า “เวลา” มีมูลค่าเทียบเท่าเงิน เพราะเวลาที่เสียไป = ค่าเช่าโรงงานเดิม + โอกาสขายที่หายไป + ค่าแรงบริหารโครงการเพิ่มขึ้น

  • งานเร่งทำให้ต้องเพิ่มทีม/เพิ่ม OT → ค่าแรงสูงขึ้น
  • งานซ้อนหลายระบบพร้อมกัน → ความเสี่ยงคุณภาพลดลง → โอกาสแก้งานเพิ่ม
  • สั่งของเร่ง/เปลี่ยนยี่ห้อหน้างาน → ต้นทุนวัสดุผันผวนและควบคุมยาก
ข้อได้เปรียบของ PEB: ระบบโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูปช่วยลดเวลาในส่วนหลักของโครงสร้าง ทำให้คุณ “เริ่มงานระบบ/สถาปัตย์” ได้เร็วขึ้น และส่งมอบได้ตามแผนง่ายกว่า (เมื่อเทียบกับบางรูปแบบที่หน้างานต้องทำโครงสร้างจำนวนมาก)

8) Checklist ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนขอราคา

ถ้าคุณส่งข้อมูลชุดนี้ให้ผู้รับเหมา/ผู้ออกแบบ จะได้ราคาที่แม่นขึ้นมาก และลดเวลา “ถาม-ตอบ-แก้แบบ” ได้อย่างมีนัยสำคัญ

Checklist 20 ข้อ (ใช้เป็นแบบฟอร์มได้ทันที)

  1. ประเภทอาคาร: โกดัง / โรงงาน / DC / สำนักงาน / Cleanroom / ห้องเย็น
  2. ขนาดอาคาร: กว้าง × ยาว × สูง (และความสูงชายคา)
  3. กำลังการผลิต/การใช้งานหลัก (Use Case) + สินค้าที่เก็บ/ผลิต
  4. โหลดพื้น: โฟล์คลิฟท์หนักสุด, ชั้นวางสูง, เครื่องจักรหนัก
  5. จำนวนช่องโหลด/ประตูม้วน/ประตูหนีไฟ
  6. ต้องการสำนักงานภายในกี่ ตร.ม. / กี่ชั้น / ห้องอะไรบ้าง
  7. ระบบไฟฟ้า: โหลดรวม (kW), ต้องการหม้อแปลงหรือไม่
  8. ระบบแอร์/ระบายอากาศ: ต้องคุมอุณหภูมิ/ความชื้นหรือไม่
  9. ระบบลมอัด/ไอน้ำ/Utility พิเศษ (ถ้ามี)
  10. ระบบดับเพลิงที่ต้องการ (มาตรฐาน/ข้อกำหนด)
  11. ที่ตั้งโครงการ + แผนที่ + ทางเข้ารถบรรทุก
  12. พื้นที่ลานคอนกรีต/ถนนภายใน/ที่จอดรถ
  13. ระดับน้ำท่วม/ประวัติน้ำ/การระบายน้ำพื้นที่
  14. สภาพดินเบื้องต้น (ถ้ามีรายงานเจาะดินแนบ)
  15. ข้อจำกัดผังเมือง/ระยะร่น/ความสูง
  16. กำหนดเริ่มงาน/กำหนดใช้งานอาคาร
  17. งบประมาณเป้าหมาย (Budget Range) เพื่อออกแบบให้พอดีงบ
  18. ความต้องการภาพลักษณ์ Facade/สีอาคาร/Branding
  19. มีแผนขยายเฟส 2–3 หรือปล่อยเช่าในอนาคตหรือไม่
  20. เงื่อนไขพิเศษ: ทำงานกลางคืน, ข้อจำกัดชุมชน, รถเข้าได้ช่วงเวลาใด
กรอกข้อมูลในเว็บไซต์ ส่งข้อมูลผ่าน LINE OA

9) FAQ: คำถามยอดฮิตเรื่องงบก่อสร้าง

Q1: ทำไมบางเจ้าถูกกว่าเยอะ?

โดยทั่วไปมี 3 สาเหตุ: (1) สเปกไม่เท่ากัน (2) ไม่รวมงานสำคัญบางรายการ (เช่น งานระบบ/ลาน/งานไฟ) (3) เสนอราคาต่ำเพื่อปิดงาน แล้วค่อยขอเพิ่มเงินเมื่อเริ่มก่อสร้าง วิธีป้องกันคือทำ Bid Comparison แบบเทียบสเปกและ Scope ให้ชัดเจน

Q2: ถ้าอยากได้ราคาประเมินเร็ว ต้องให้ข้อมูลอะไรบ้าง?

ให้ข้อมูล 6 อย่าง: ประเภทอาคาร, ขนาด ก×ย×ส, โหลดพื้น/เครื่องจักร, ระบบหลัก, ทำเล/สภาพดิน, กำหนดใช้งานอาคาร แล้วทีมงานจะประเมินได้เร็วและแม่นขึ้นมาก

Q3: PEB ช่วยประหยัดงบได้จริงไหม?

PEB ช่วย “คุมงบ” ได้ดีเพราะออกแบบโครงสร้างให้เหมาะกับ Span/โหลดจริง ลดของเสียในงานเหล็ก และก่อสร้างได้เร็วกว่าในส่วนโครงสร้างหลัก แต่ทั้งนี้งบรวมยังขึ้นกับระบบ/สเปก/พื้น/ลานและหน้างานด้วย

Q4: Cleanroom/ห้องเย็น งบจะต่างจากโกดังทั่วไปมากแค่ไหน?

ต่างชัดเจน เพราะระบบและวัสดุเฉพาะทาง (ฉนวน, ผิวภายใน, ระบบอากาศ/ทำความเย็น, การซีลรอยต่อ, ระบบควบคุม) ดังนั้นควรแยกงบ “อาคารหลัก” กับ “ระบบเฉพาะทาง” เพื่อคุมงบและบริหารเฟสได้ง่าย

10) ทำไม Prime Build (PEB) ถึงช่วยให้คุมงบและส่งมอบได้ดีกว่า

ในงานอาคารอุตสาหกรรม “ความสำเร็จของงบ” ไม่ได้เกิดจากการต่อรองราคาอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

  • Design-to-Budget: ออกแบบโดยยึดกรอบงบจริง (ไม่ทำแบบสวยแล้วค่อยมาลดทีหลัง)
  • PEB Expertise: เลือก Span/ความสูง/โครงสร้างให้คุ้มพื้นที่ใช้งานและลดของเสีย
  • Scope & Spec Clarity: ทำรายการสเปกขั้นต่ำให้เทียบราคาได้ตรง ลดงบบาน
  • Project Coordination: ประสานงานแบบ–ระบบ–หน้างาน ลดงานแก้และลดเวลาส่งมอบ
  • Marketing-ready Asset: จัดทำภาพ/ข้อมูลโครงการให้พร้อมใช้บนเว็บไซต์และสื่อการตลาด (เพิ่มความน่าเชื่อถือ)

ต้องการให้ทีม Prime Build ช่วย “วางงบ + สรุปสเปก” ให้คุยผู้รับเหมาได้ทันที?

ทัก LINE OA แล้วส่งข้อมูลเบื้องต้น ทีมงานจะช่วยแนะนำกรอบงบและแนวทางคุมงบที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ (โกดัง / โรงงาน / DC / สำนักงาน / Cleanroom / ห้องเย็น)

ปรึกษาโครงการผ่าน LINE OA