Prime Build e-Book #11 Owner / Investor / Project Team Guide

ออกแบบสำนักงานในโรงงาน: ผสานพื้นที่ทำงานและส่วนผลิตอย่างลงตัว

คู่มือ “Office-in-Factory” ที่ช่วยให้คุณวางผังได้ถูกตั้งแต่วันแรก ลดงานแก้ ลดความเสี่ยง และคุมงบ—โดยไม่ลดทอนความปลอดภัยและประสิทธิภาพการผลิต A practical guide to design an office within a factory/warehouse without disrupting production.

อ่านแล้วได้อะไร?
  • วาง Zoning + Flow คน–สินค้า–รถยก ให้ไม่ตีกัน ลดอุบัติเหตุและคอขวด
  • ออกแบบ Office Box/Mezzanine ในอาคาร PEB ให้ปลอดภัย แข็งแรง และขยายได้
  • กำหนด MEP (ไฟฟ้า, HVAC, Data, Fire, Plumbing) ให้ “พอดี” ไม่จ่ายเกิน ไม่ขาดของจำเป็น
  • คุม เสียง ฝุ่น กลิ่น ให้ทีมออฟฟิศทำงานได้จริงโดยไม่กระทบไลน์ผลิต
  • มี Checklist + Roadmap ใช้คุยกับผู้ออกแบบ/ผู้รับเหมา เพื่อปิดช่องงานเพิ่ม
ปก e-Book: ออกแบบสำนักงานในโรงงาน: ผสานพื้นที่ทำงานและส่วนผลิตอย่างลงตัว

ใช้เป็นคู่มือประกอบการตัดสินใจ: ก่อนทำแบบ, ก่อนยื่นขออนุญาต, และก่อนเซ็นสัญญาก่อสร้าง

1) ทำไมต้องมี Office-in-Factory?

สำนักงานในโรงงาน/โกดังไม่ใช่ “แค่ห้องทำงาน” แต่เป็นจุดควบคุมการตัดสินใจ (Decision Center) ของธุรกิจ: ฝ่ายขาย–จัดซื้อ–วางแผนผลิต–คุณภาพ–ซ่อมบำรุง–โลจิสติกส์ ต้องเห็นหน้างานจริง และสื่อสารกับทีมผลิตได้รวดเร็ว ซึ่งส่งผลต่อ คุณภาพ, ต้นทุน, และ Lead Time โดยตรง

จุดพลาดที่พบบ่อยคือ “ทำออฟฟิศทีหลัง” ทำให้แก้ระบบไฟ/แอร์/หนีไฟ/ทางเดินรถยก ซ้ำหลายรอบและงบบานปลาย คู่มือนี้จึงเน้นให้คุณ วางข้อกำหนด (Requirement) ให้ชัดตั้งแต่ต้น เพื่อให้ทีมออกแบบ–ผู้รับเหมาเดินไปทางเดียวกัน

ตัวอย่างแนวคิดสำนักงานในโรงงาน
แนวคิดหลัก: ออฟฟิศต้อง “ใกล้พอให้ควบคุมงาน” แต่ “แยกพอให้ปลอดภัยและทำงานได้จริง”

2) 5 รูปแบบสำนักงานในโรงงานที่พบบ่อย (เลือกให้เหมาะกับธุรกิจ)

A) Office Box ภายในโรงงาน (Ground Floor)
  • เหมาะกับโรงงานที่ต้องลงหน้างานบ่อย
  • เน้นผนังกันเสียง/ฝุ่น + แอร์แยกระบบ
  • ต้องคุมทางหนีไฟและกันไฟตามความเสี่ยง
B) Mezzanine Office (ชั้นลอยในโรงงาน/โกดัง)
  • ประหยัดพื้นที่พื้นโรงงาน
  • เห็นภาพรวมหน้างานได้ชัด
  • ต้องออกแบบโครงสร้าง/สั่นสะเทือน/หนีไฟให้ถูก
C) Office Block ติดโรงงาน (ต่อเชื่อมกัน)
  • แยกสภาพแวดล้อมได้ดีที่สุด (เสียง/ฝุ่น/กลิ่น)
  • เหมาะกับกิจการที่มีลูกค้าเข้าเยอะ
  • ต้องวางจุดเชื่อมเข้า–ออกไม่ชนการขนถ่าย
D) Office + Showroom + QC Lab
  • เหมาะกับสินค้า B2B/B2C ที่ต้องโชว์ตัวอย่าง
  • ต้องคุมภาพลักษณ์และเส้นทางลูกค้า (Visitor Flow)
  • มักต้องการพื้นที่ห้องทดลอง/ห้องสะอาดเฉพาะ
E) Office ในคลัง/DC
  • โฟกัสจุดควบคุม: Receiving, Picking, Dispatch
  • ต้องคุม Sightline + ความปลอดภัยรถยก
  • ระบบ IT/WMS และสแกนจุดคุมงานสำคัญมาก
เกณฑ์เลือกแบบเร็ว
  • เสียง/ฝุ่นสูง → แยกบล็อก หรือ Office Box กันเสียง
  • พื้นที่จำกัด → Mezzanine
  • มีลูกค้าเข้า → Office Block + Showroom
  • ต้องเห็นไลน์ผลิต → Mezzanine หรือ Office Box มุมมองดี
แนวคิด Mezzanine Office
Mezzanine Office ช่วยประหยัดพื้นที่ แต่ต้องออกแบบโครงสร้าง, ทางหนีไฟ, และการสั่นสะเทือนให้ถูกต้อง

3) Zoning & Flow: คน–สินค้า–รถ (หัวใจของ “ลงตัว”)

ออฟฟิศในโรงงานล้มเหลวส่วนใหญ่ไม่ได้แพ้เรื่องสวยงาม แต่แพ้เรื่อง Flow: คนเดินตัดทางรถยก, ทางเข้า Visitor ไปชน Receiving, หรือฝ่าย QC ต้องเดินไกลจนเสียเวลา วิธีคิดที่แนะนำคือวาง 4 เส้นทางให้ชัด แล้วค่อย “เติมห้อง” ตามเส้นทางนั้น

Flow #1: People Flow (พนักงาน)
  • จุดเข้า–ลงทะเบียน–เปลี่ยนชุด–Locker–Canteen
  • ทางเดินแยกจาก Forklift Lane ชัดเจน
  • ตำแหน่งห้องน้ำ/พักเบรกต้องไม่ตัดเส้นทางผลิตหลัก
Flow #2: Visitor Flow (ลูกค้า/ผู้มาติดต่อ)
  • จอดรถง่าย เข้าอาคารได้โดยไม่ผ่านพื้นที่เสี่ยง
  • มี Waiting/Meeting และเส้นทางชมงานที่ควบคุมได้
  • Access Control + PPE หากต้องเข้าหน้างาน
Flow #3: Material Flow (วัตถุดิบ–สินค้า)
  • Receiving → Storage → Production → FG → Dispatch
  • อย่าให้ประตู/ทางเดินออฟฟิศขวาง Material Handling
  • รองรับการขยายไลน์ผลิต/เพิ่ม Dock ในอนาคต
Flow #4: MHE / Vehicle Flow (รถยก/รถบรรทุก)
  • กำหนด Forklift Lane + จุดตัดคนเดิน (Crossing) แบบมีมาตรการ
  • แยก Inbound/Outbound ถ้า Volume สูง
  • กำหนด Buffer และ Safety Setback หน้า Office Box/Mezzanine
Owner Tip (ลดงานเพิ่ม): ก่อนสรุปแบบ ให้ทำ “Workshop 60 นาที” กับหน่วยงานหลัก: ผลิต/คลัง/QC/ซ่อมบำรุง/HR/IT แล้วสรุปเป็น 1 หน้า: ตำแหน่งงาน, จำนวนคน, อุปกรณ์สำคัญ, จุดปฏิสัมพันธ์กับหน้างาน เอกสาร 1 หน้าใบนี้ช่วยลดงานแก้ผังได้มาก
แนวคิดการแยกทางคนและรถยกในโรงงาน
หลักความปลอดภัย: แยกทางคน–รถยกให้เห็นชัด (เส้นทาง, รั้ว, ป้าย, แสงสว่าง, จุดตัดที่มีมาตรการ)

4) ความปลอดภัย & Fire Strategy (ต้องคิดก่อน ไม่ใช่คิดตอนตรวจรับ)

เมื่อสำนักงานอยู่ “ใน” โรงงาน ความเสี่ยงที่ต้องคุมมักเพิ่มขึ้น: คนหนาแน่นขึ้น, เส้นทางหนีไฟซับซ้อนขึ้น, และบางธุรกิจมีวัตถุไวไฟ/สารเคมี/ฝุ่นติดไฟ แนวทางที่ปลอดภัยและทำงานได้จริงคือกำหนด Fire Strategy ให้ชัดตั้งแต่ต้น

หัวข้อที่ต้องตัดสินใจ (Minimum)
  • ประเภทการใช้อาคารและจำนวนคน (Occupancy)
  • ทางหนีไฟ/บันไดหนีไฟ/ระยะทางหนี (Egress)
  • ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm) + จุด Manual Call Point
  • ระบบดับเพลิง: Sprinkler / Hose Reel / Extinguisher
  • การแบ่งห้อง/ผนังทนไฟ (Fire Compartmentation) หากจำเป็น
จุดเสี่ยงที่พบบ่อยใน Office-in-Factory
  • Mezzanine ไม่มีทางหนีไฟที่ปลอดภัยพอ หรือบันไดชัน/แคบ
  • Office Box ชิดพื้นที่ผลิตเกินไป ไม่มีระยะกันไฟ/กันชนรถยก
  • พื้นที่เก็บเอกสาร/Server อยู่ในจุดร้อนหรือมีฝุ่น
  • ติดตั้งระบบไฟ/แอร์แบบ “ตามหน้างาน” ทำให้แก้ซ้ำ

หมายเหตุ: ข้อกำหนดด้านอัคคีภัย/กฎหมายอาคารอาจแตกต่างตามประเภทกิจการ, พื้นที่, และเงื่อนไขหน่วยงานท้องถิ่น แนวทางในคู่มือนี้ใช้เป็นกรอบการตัดสินใจและการสื่อสารกับผู้ออกแบบ/ผู้ตรวจสอบ เพื่อให้ “ทำถูกตั้งแต่ต้น”

5) โครงสร้าง PEB + Mezzanine/Office Box: ออกแบบให้ขยายได้และไม่สั่น

ระบบอาคาร PEB แข็งแรงและก่อสร้างเร็ว แต่การใส่ “สำนักงานภายใน” ต้องคุม 3 เรื่อง: (1) การรับน้ำหนัก, (2) การสั่นสะเทือน, และ (3) การเชื่อมต่อระบบอาคาร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในระยะยาว (พื้นสั่น, ผนังร้าว, รั่วซึม, หรือเดินระบบยาก)

Mezzanine: ประเด็นวิศวกรรมที่ต้องถามให้ชัด
  • Live Load ตามการใช้งานจริง (ออฟฟิศ/เอกสาร/ห้องประชุม)
  • การสั่นสะเทือน (Vibration Comfort) โดยเฉพาะห้องประชุม
  • ตำแหน่งคาน/เสา ไม่ขวาง Material Flow ใต้ชั้นลอย
  • บันได + ทางหนีไฟ: ปลอดภัยและทำตามข้อกำหนด
Office Box: ทำไมควรกำหนดสเปกตั้งแต่แบบ
  • ผนัง/ฝ้ากันเสียง + กันฝุ่น (Sealing)
  • หน้าต่างกระจก: คุมเสียงและความร้อน (Low-E/Film)
  • ประตู/จุดเข้าออก: คุมกลิ่น–ฝุ่น และความปลอดภัย
  • กำหนดตำแหน่ง Core MEP (ท่อ/สาย/Fire) ให้เดินสั้น
แนวทางเชิงกลยุทธ์: หากธุรกิจยังโตเร็ว ให้คิด “Future Expansion” ตั้งแต่วันแรก เช่น เผื่อพื้นที่ต่อชั้นลอย, เผื่อช่องเปิดสำหรับท่อ/สาย, เผื่อที่วาง AHU/Condensing Unit, และเผื่อพื้นที่เพิ่มห้องประชุม/ออฟฟิศฝ่ายใหม่
แนวคิดโครงสร้างเหล็ก PEB และการต่อเติมชั้นลอย
PEB + Mezzanine/Office Box: วางโครงสร้างและ Core งานระบบให้คิดถึงการขยายเฟสในอนาคต

6) งานระบบ MEP ที่ต้อง “กำหนดให้ชัด” เพื่อคุมงบและหลีกเลี่ยงงานแก้

MEP เป็นสัดส่วนงบที่ “บานปลายง่าย” เมื่อมีสำนักงานอยู่ในโรงงาน เพราะมีทั้งความต้องการด้านความสบาย และข้อกำหนดความปลอดภัย/มาตรฐาน คุณควรกำหนดระดับสเปก (Performance) ที่ต้องการก่อน แล้วค่อยเลือกอุปกรณ์

HVAC (แอร์/ระบายอากาศ)
  • แยกระบบออฟฟิศออกจากพื้นที่ผลิต (ลดฝุ่น/กลิ่น)
  • กำหนด Fresh Air และการกรองอากาศตามกิจการ
  • ตำแหน่งติดตั้งคอนเดนซิ่ง/ท่อระบายไม่รบกวนหน้างาน
  • คิดเรื่องอุณหภูมิ–ความชื้น หากมีห้อง Server/ห้องควบคุม
Electrical + Data (ไฟฟ้าและระบบสื่อสาร)
  • กำหนดโหลดรวม: ออฟฟิศ + เครื่องจักร + โซลาร์ (ถ้ามี)
  • เต้าเสียบ/จุด Data ตาม Layout จริง (ลดการเดินสายลอย)
  • Server/Network: ตำแหน่งปลอดฝุ่น มีแอร์สำรอง/UPS
  • รองรับระบบ WMS/SCADA/CCTV/Access Control
Plumbing (ประปา/สุขาภิบาล)
  • ตำแหน่งห้องน้ำ/แพนทรีให้เดินท่อสั้น และซ่อมง่าย
  • จำนวนสุขภัณฑ์ตามจำนวนคนและความถี่ใช้งาน
  • แยกท่อทิ้งบางประเภท หากมีการปนเปื้อนจากกระบวนการผลิต
Fire & Life Safety
  • Fire Alarm + Detector ให้ครอบคลุมพื้นที่ออฟฟิศและทางหนีไฟ
  • ตำแหน่งถังดับเพลิง/สายฉีดน้ำ (Hose Reel) ใช้งานได้จริง
  • Emergency Light / Exit Sign ให้ครบตามเส้นทางหนี
  • กำหนดพื้นที่เก็บเอกสาร/สารเคมี/แบตเตอรี่ ให้เหมาะสม
หลักการคุมงบ: ระบุ “ระดับ” ให้ชัด เช่น แอร์ออฟฟิศมาตรฐานสำนักงาน หรือ ห้องควบคุมที่ต้องคุมอุณหภูมิ/ความชื้นคงที่. เมื่อระดับชัด ทีมออกแบบจะคุมขนาดระบบและงบได้แม่นขึ้น และป้องกันการเลือกของเกินจำเป็น
แนวคิดงานระบบ HVAC ในโรงงาน
แยกระบบแอร์/ระบายz: เป้าหมายคือให้ออฟฟิศ “อยู่สบาย” โดยไม่ดูดฝุ่น/กลิ่นจากไลน์ผลิต

7) เสียง ฝุ่น กลิ่น อุณหภูมิ: ทำอย่างไรให้ทีมออฟฟิศทำงานได้จริง

ถ้าออฟฟิศอยู่แล้ว “ทำงานไม่ได้” คุณจะเสียต้นทุนซ้ำซ้อน: ต้องย้ายจุดนั่งทำงาน, ติดตั้งฉนวนเพิ่ม, หรือเปลี่ยนระบบแอร์ใหม่ ดังนั้นให้กำหนด 4 ตัวแปรนี้ตั้งแต่แรก:

เสียง (Acoustic)
  • เลือกผนัง/ฝ้า/กระจกที่กันเสียงได้ตามความจริงของไลน์ผลิต
  • วางห้องประชุม–ผู้บริหารให้อยู่ด้านไกลเครื่องจักร/ประตูโหลด
  • ใช้วัสดุดูดซับเสียงในห้อง ลดเสียงก้องจากผิวแข็ง
ฝุ่น–กลิ่น (Dust/Odor)
  • ปิดรอยรั่ว (Sealing) จุดต่อผนัง–ฝ้า–พื้น–รางสาย
  • แยกแรงดันอากาศ (Pressure) หากมีฝุ่น/กลิ่นสูง
  • ตำแหน่งช่องลมกลับ/Fresh Air ต้องไม่ดูดจากจุดปล่อยฝุ่น
ความร้อน (Heat)
  • หลีกเลี่ยงการทำออฟฟิศชิดผนังรับแดดโดยไม่กันความร้อน
  • เพิ่มฉนวน/กันความร้อนหลังคา PEB ช่วยลดภาระแอร์
  • คุมช่องแสง/กระจกเพื่อลดความร้อนสะสม
แสงสว่าง (Lighting)
  • แยกระดับแสงของออฟฟิศ vs พื้นที่ผลิต
  • จัดแสงให้เหมาะกับหน้าจอ ลดแสงสะท้อน
  • ใช้ Daylight อย่างพอดี ช่วยลดค่าไฟและเพิ่ม Productivity
Owner Tip: ถ้าธุรกิจคุณมีเสียง/ฝุ่นหนัก (เช่น งานเครื่องจักร, งานเหล็ก, งานไม้), “Mezzanine” อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป หากไม่คุมเสียงและการสั่นสะเทือน ทางเลือกคือ Office Block ติดโรงงาน หรือ Office Box ที่ทำระบบกันเสียง/แยกอากาศจริงจัง

8) Security & Access Control: ทำให้ออฟฟิศปลอดภัย โดยไม่ทำให้การผลิตช้า

โรงงานและ DC มักมีทรัพย์สินมูลค่าสูง (เครื่องจักร, สต็อก, สูตรการผลิต, ข้อมูลลูกค้า) ระบบความปลอดภัยที่ดีไม่ใช่แค่ติดกล้อง แต่คือการออกแบบ “เส้นทาง + จุดควบคุม” ให้เหมาะสม

สิ่งที่ควรมี (Baseline)
  • จุดแลกบัตร/ลงทะเบียนผู้มาติดต่อ + ห้องรับรอง
  • ประตู Access Control สำหรับโซนสำคัญ (ผลิต/QC/Server)
  • CCTV ครอบคลุม: Gate, Loading, Corridor, Warehouse Aisle
  • ระบบบันทึกเหตุการณ์ (Log) เพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง
แนวคิด “Secure but Smooth”
  • แยก Visitor Flow ออกจาก Material Flow
  • จัดให้หัวหน้าส่วนงานมองเห็นทางเข้าออกสำคัญ (Sightline)
  • กำหนดพื้นที่รับ-ส่งเอกสาร/พัสดุ ไม่ตัดเส้นทางผลิต
  • สำหรับ DC: วาง Office Control ใกล้ Dispatch เพื่อคุมเวลารถออก
แนวคิดระบบความปลอดภัยในโกดังและโรงงาน
Security ที่ดีเริ่มจากการออกแบบผัง: แยกเส้นทางและกำหนดจุดควบคุมให้เหมาะสม

9) งบประมาณ: อะไรทำให้แพง/ถูก? (และคุมงบอย่างไรไม่ให้เสียของ)

งบสำนักงานในโรงงานไม่ได้ขึ้นกับ “พื้นที่” อย่างเดียว แต่ขึ้นกับระดับสเปกและความซับซ้อนของการแยกระบบจากไลน์ผลิต ด้านล่างคือรายการที่มักเป็นตัวแปรงบหลัก

ตัวแปรงบหลัก (Cost Drivers)
  • ระดับการกันเสียง/กันฝุ่น (ผนัง, กระจก, ซีล, Door Set)
  • ระบบ HVAC: แยกระบบ/เพิ่ม Fresh Air/เพิ่มการกรอง
  • งานระบบ Data/IT/Server/UPS สำหรับธุรกิจที่ใช้ WMS/SCADA
  • Fire Strategy: ระบบแจ้งเหตุ/ดับเพลิง/ผนังทนไฟเพิ่ม
  • โครงสร้าง Mezzanine และข้อกำหนดการสั่นสะเทือน
วิธีคุมงบแบบไม่เสียคุณภาพ
  • กำหนด “Must-have vs Nice-to-have” แยกให้ชัด
  • จัดวาง Core MEP ให้เดินสั้น ลดท่อ/สายยาว
  • เลือกสเปกตามการใช้งานจริง (ไม่ Over-spec)
  • ทำ BOQ/รายการวัสดุให้ชัด ลดงานเพิ่มและข้อโต้แย้ง
  • วางเผื่อขยายในอนาคต (ทำเผื่อจุดต่อ ไม่ต้องรื้อ)
คำแนะนำเชิงการตัดสินใจ: ถ้าคุณยังไม่แน่ใจงบรวม ให้เริ่มจาก ประเมินราคาเบื้องต้น แล้วค่อยให้ทีมออกแบบทำ “Option 2–3 ระดับสเปก” เพื่อเลือกความคุ้มค่าที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

10) Roadmap: จากแนวคิดสู่แบบก่อสร้าง (และทำไมโครงการถึงจบไว)

ถ้าต้องการให้โปรเจกต์จบไว ต้องทำ “เอกสารตัดสินใจ” ให้ครบก่อนเข้าหน้างาน โดยเฉพาะ Office-in-Factory เพราะเกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายและหลายระบบ

  1. Define Requirement (1–2 สัปดาห์): จำนวนคน, แผนเติบโต, ฟังก์ชันห้อง, Flow, งบเป้าหมาย
  2. Conceptual Layout + Zoning: วางตำแหน่ง Office/Production/Storage/Loading พร้อม Safety Setback
  3. Engineering Integration: โครงสร้าง PEB, Mezzanine, MEP, Fire Strategy, Route งานระบบ
  4. Budget Lock (BOQ/VE): สรุปรายการวัสดุ/ระบบ และทำ Value Engineering แบบไม่ลดคุณภาพสำคัญ
  5. Construction Drawings: แบบก่อสร้างละเอียด ลดงานแก้หน้างาน
  6. Build + QC + Commissioning: ตรวจคุณภาพ, ทดสอบระบบ, ส่งมอบพร้อมใช้งาน
สิ่งที่ทำให้ Prime Build ปิดงานได้ไว: เราเชื่อมทีมออกแบบ–โครงสร้าง–MEP–งานหน้างานให้เดินไปพร้อมกัน ลดการโยนปัญหากันระหว่างผู้รับเหมาย่อย และลด “งานเพิ่ม” ที่เกิดจากแบบไม่ครบ

11) Checklist เจ้าของโครงการ: ออกแบบออฟฟิศในโรงงานให้จบในรอบเดียว

ใช้เช็กลิสต์นี้คุยกับทีมออกแบบ/ผู้รับเหมา เพื่อให้ได้ข้อกำหนดครบ ลดข้อขัดแย้ง และคุมงบได้จริง

A) People & Function
  • จำนวนพนักงานปัจจุบัน/แผนเพิ่มคนใน 1–3 ปี
  • ห้องที่ต้องมี: ผู้บริหาร, ห้องประชุม, QC, HR, IT/Server, Pantry
  • เวลาใช้งาน: กะเดียว/หลายกะ และจุดพักเบรก
  • ต้องรองรับลูกค้าเข้าเยอะแค่ไหน? มี Showroom หรือไม่
B) Zoning & Flow
  • แยก People Flow vs Forklift/Truck Flow ชัดเจน
  • กำหนด Visitor Flow: จอดรถ–ลงทะเบียน–ห้องประชุม–เส้นทางเยี่ยมชม
  • ตำแหน่ง Receiving/Dispatch ไม่ชนจุดออฟฟิศ
  • เผื่อพื้นที่ขยาย: Dock, Rack, Production Line, Office
C) Safety & Compliance
  • ทางหนีไฟ/บันได/ระยะหนีไฟเพียงพอ (โดยเฉพาะ Mezzanine)
  • กำหนด Fire Strategy: Alarm/Sprinkler/Extinguisher/Compartment
  • ความปลอดภัยรถยก: Barrier, Crossing, Signage, Lighting
  • พื้นที่เสี่ยง: สารเคมี, แบตเตอรี่, ห้องเครื่อง/ห้องไฟฟ้า
D) MEP & Performance
  • ระดับความสบายออฟฟิศ: อุณหภูมิ/ความชื้น/คุณภาพอากาศ
  • Data/IT: Server/UPS/Network/CCTV/Access Control
  • กำหนดตำแหน่ง Core เดินท่อ–สายให้สั้นและซ่อมง่าย
  • กำหนดงบเป้าหมายและ Must-have เพื่อทำ BOQ/VE ได้

12) FAQ: คำถามที่เจ้าของโรงงานถามบ่อย

Q1: ทำ Mezzanine Office แล้วพื้นสั่น แก้อย่างไร?

ให้เริ่มจาก “ออกแบบถูกตั้งแต่ต้น”: กำหนดการใช้งานจริง, Live Load, และเกณฑ์ความสบายการสั่นสะเทือน จากนั้นเลือกโครงสร้าง/ระบบพื้นให้เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการวางห้องประชุม/ผู้บริหารเหนือจุดเครื่องจักรสั่น หากสร้างไปแล้ว มักแก้ด้วยการเพิ่มความแข็ง (stiffness) หรือเพิ่ม damping ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าการออกแบบล่วงหน้า

Q2: ออฟฟิศในโรงงานร้อนมาก ควรแก้ที่ไหนก่อน?

เรียงลำดับผลลัพธ์–ต้นทุน: (1) ลดความร้อนจากหลังคา/ผนังด้วยฉนวนและการกันความร้อน, (2) คุมช่องเปิดและแสงแดด (กระจก/ฟิล์ม/กันสาด), (3) แยกระบบแอร์และเพิ่ม Fresh Air อย่างถูกต้อง การเพิ่ม BTU แอร์อย่างเดียวโดยไม่ลดความร้อนมักทำให้ค่าไฟสูงและยังไม่สบาย

Q3: ต้องแยกออฟฟิศออกจากโรงงาน 100% ไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป แต่ต้องวัดความเสี่ยงจริงของกระบวนการผลิต (เสียง/ฝุ่น/กลิ่น/ความปลอดภัย) ถ้าความเสี่ยงสูง การแยกเป็น Office Block ติดโรงงานอาจคุ้มกว่าในระยะยาว (ทำงานได้จริง ลดแก้ไข) หากความเสี่ยงกลาง–ต่ำ Office Box หรือ Mezzanine ที่ออกแบบดีจะให้ความคุ้มค่าและการมองเห็นหน้างานที่ดี

Q4: สร้างแบบ Turnkey ช่วยอะไรในกรณี Office-in-Factory?

ประเด็นคือ “ลดรอยต่อ”: ออฟฟิศในโรงงานต้องเชื่อมโครงสร้าง–MEP–Fire–ผังการผลิตไปพร้อมกัน หากแยกหลายผู้รับเหมา โอกาสเกิดช่องว่างแบบไม่ครบและงานเพิ่มสูงขึ้น Turnkey ที่มีทีมออกแบบและทีมก่อสร้างประสานกันจะช่วยล็อกแบบ–BOQ–ไทม์ไลน์ให้แม่นและจบงานได้ไวกว่า

13) ทำไม Prime Build เหมาะกับโปรเจกต์ “สำนักงานในโรงงาน” แบบ PEB

Office-in-Factory คือโจทย์ที่ต้องบาลานซ์ “ความสบาย” ของคนทำงาน กับ “ความเข้ม” ของระบบโรงงาน Prime Build โฟกัสการทำงานแบบ Turnkey Design & Build บนระบบ PEB เพื่อให้คุณได้อาคารที่ใช้งานได้จริง—คุมงบ และส่งมอบตรงเวลา

สิ่งที่เราทำต่าง (Owner Value)
  • เริ่มจาก Requirement Workshop: ปิดช่อง “คิดไม่ครบ” ก่อนทำแบบ
  • วาง Flow + Safety เป็นแกนกลาง แล้วค่อยเติมสถาปัตย์และระบบ
  • ออกแบบโครงสร้าง PEB ให้รองรับ Mezzanine/Office Box ตั้งแต่ต้น
  • ทำ BOQ/VE ช่วยคุมงบ ลดงานเพิ่มที่เกิดจากแบบไม่ครบ
สิ่งที่คุณได้ (ผลลัพธ์ทางธุรกิจ)
  • เปิดใช้งานเร็วขึ้น (ลดรอบแก้แบบ/แก้หน้างาน)
  • ทีมออฟฟิศทำงานได้จริง ไม่ร้อน ไม่ดัง ไม่ฝุ่น
  • หน้างานปลอดภัยขึ้น: ลดจุดตัดคน–รถยกและความเสี่ยงอุบัติเหตุ
  • พร้อมขยายเฟสในอนาคต: เผื่อโครงสร้างและงานระบบไว้
หมายเหตุด้านการใช้งาน: เนื้อหาในคู่มือนี้เป็นแนวทางเชิงปฏิบัติสำหรับการวางแผนและสื่อสารกับทีมออกแบบ/ผู้รับเหมา รายละเอียดการออกแบบจริงควรพิจารณาจากพื้นที่, ประเภทกิจการ, กฎหมาย/ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และเงื่อนไขหน่วยงานท้องถิ่น